ทุกวันนี้คนไม่ได้หาข้อมูลผ่าน Google อย่างเดียวแล้ว หลายคนเปิด ChatGPT, Claude หรือ Perplexity ถามตรงๆ แล้วปล่อยให้ AI ไปหาคำตอบมาให้ ปัญหาคือ AI พวกนี้ไม่ได้ “อ่าน” เว็บไซต์เหมือนคนอ่าน มันต้องการโครงสร้างข้อมูลที่ชัดเจน ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่มีสิ่งที่ AI ต้องการ ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน AI ก็อาจมองข้ามไปเลย
เราเลยอยากพาไปดูทีละจุดว่า AI Search Checker เครื่องมือล่าสุดจาก MGT ตรวจอะไรบ้าง แต่ละอย่างสำคัญยังไง และถ้ายังไม่มีจะเริ่มแก้ตรงไหนก่อนดี
Schema Data (JSON-LD) — 30 คะแนน
ถ้าให้เลือกอย่างเดียวที่ควรทำก่อน คือตัวนี้เลย
Schema หรือ Structured Data คือโค้ดที่ฝังไว้ในหน้าเว็บ เขียนในรูปแบบที่เครื่องอ่านเข้าใจง่าย บอกตรงๆ ว่า “หน้านี้คือบทความ” “อันนี้คือสินค้า ราคาเท่านี้” “นี่คือร้านอาหาร เปิดกี่โมง” แทนที่ AI จะต้องเดาจากข้อความในหน้าเว็บเอง
Schema มีหลายประเภท บางแบบ AI เข้าใจอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน เช่น Organization, WebPage, Person แต่ที่จะดันให้เว็บไซต์มีโอกาสถูก AI หยิบไปตอบจริงๆ คือประเภทที่เจาะจงเนื้อหา อย่าง Article, Product, FAQPage, HowTo, LocalBusiness, Review — พวกนี้แหละที่ทำให้ AI รู้ว่าจะหยิบข้อมูลไหนไปใช้ตอบคำถามคน
ถ้าเว็บไซต์เป็นบล็อกหรือเว็บข่าว ควรมี Article หรือ BlogPosting ถ้าขายของออนไลน์ ต้องมี Product กับ Offer ถ้าเป็นร้านหรือธุรกิจในพื้นที่ ต้องมี LocalBusiness ถ้ามีหน้าคำถามที่คนถามบ่อย ใส่ FAQPage เข้าไปเลย จะช่วยได้เยอะ
Robots.txt — 15 คะแนน
ไฟล์นี้เป็นเหมือนป้ายบอกทางให้บอทเข้าใจว่า “เข้าตรงนี้ได้ ตรงนั้นห้ามเข้า” อยู่ที่ เว็บไซต์คุณ/robots.txt
ปัญหาที่เจอบ่อยคือหลายเว็บตั้งค่าปิดกั้นบอททุกตัวไว้ตั้งแต่ตอนทำเว็บใหม่ๆ (กันบอทไม่ดีเข้ามาป่วน) แล้วลืมเปิดทีหลัง หรือบล็อก AI bot โดยเฉพาะไว้โดยไม่รู้ตัว เช่น GPTBot, ClaudeBot, PerplexityBot — ถ้าบล็อกพวกนี้ไว้ ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน AI ก็เข้าไม่ถึงเว็บไซต์เราเลย
ลองเปิด robots.txt ของตัวเองดูตรงๆ เช็คว่ามี Disallow: / อยู่ใต้ User-agent: * หรือเปล่า ถ้ามีแปลว่ากำลังบล็อกทุกอย่างอยู่
llms.txt — 15 คะแนน
ไฟล์นี้ใหม่กว่าเพื่อน เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงหลัง คิดง่ายๆ ว่ามันคือ “ไฟล์แนะนำตัวเว็บไซต์” ที่เขียนขึ้นมาสำหรับ AI โดยเฉพาะ ต่างจาก robots.txt ที่บอกแค่ “เข้าได้ไม่ได้” ตัว llms.txt จะสรุปว่าเว็บไซต์นี้ทำอะไร มีหน้าไหนสำคัญบ้าง ลิงก์ไปที่ไหนดี
วางไว้ที่ เว็บไซต์คุณ/llms.txt เขียนเป็นภาษาธรรมดาอ่านง่ายๆ ก็พอ ไม่ต้องซับซ้อน สรุปสั้นๆ ว่าเว็บนี้คือใคร ทำอะไร แล้วลิงก์ไปหน้าสำคัญๆ ก็ครบแล้ว
Web API (ai-plugin.json) — 10 คะแนน
ไฟล์นี้วางไว้ที่ เว็บไซต์คุณ/.well-known/ai-plugin.json เป็นเหมือนช่องทางให้ AI Assistant เชื่อมต่อเข้ามาดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ได้โดยตรง แทนที่จะต้องอ่านหน้าเว็บทีละหน้าเหมือนบอทค้นหาทั่วไป
ข้อนี้เหมาะกับเว็บไซต์ที่มี API หรือระบบที่เปิดให้เชื่อมต่อได้อยู่แล้ว ถ้าเว็บไซต์เป็นเว็บธุรกิจทั่วไปไม่มี API อาจไม่จำเป็นต้องรีบทำจุดนี้ก่อนก็ได้ เก็บไว้ทำทีหลังเมื่อพร้อม
Public GitHub Repository — 10 คะแนน
AI มักใช้ GitHub เป็นแหล่งอ้างอิงความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะกับธุรกิจสาย tech หรือ dev tool ถ้ามี repository สาธารณะที่เชื่อมโยงกับชื่อแบรนด์หรือโดเมน จะช่วยให้ AI มองเห็นว่าองค์กรนี้มีตัวตนจริง มีผลงานให้ตรวจสอบได้
ถ้าเว็บไซต์ไม่ได้เกี่ยวกับโค้ดหรือซอฟต์แวร์เลย ข้อนี้อาจไม่ใช่จุดที่ต้องเร่งทำ แต่ถ้าทำ product หรือ tool อะไรสักอย่าง การเปิด repo ตัวอย่าง หรือ open-source บางส่วนของงาน ก็เป็นวิธีที่ช่วยได้ทั้งด้าน SEO และความน่าเชื่อถือ
Wikidata Mention — 10 คะแนน
Wikidata เป็นฐานข้อมูลกลางที่ AI หลายตัวใช้อ้างอิงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับองค์กร บุคคล หรือสถานที่ ถ้าธุรกิจของเรามีรายการอยู่ใน Wikidata จะช่วยให้ AI “รู้จัก” เราในฐานะ entity ที่มีตัวตนจริง ไม่ใช่แค่ข้อความในหน้าเว็บ
การสร้างรายการใน Wikidata ต้องมีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือรองรับ (ข่าว, สื่อ, หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ) เหมาะกับธุรกิจที่มีขนาดระดับหนึ่งแล้ว หรือมีข่าวสารรายงานถึงอยู่บ้าง ถ้าเพิ่งเริ่มธุรกิจ ข้อนี้อาจเป็นเป้าหมายระยะยาวมากกว่าสิ่งที่ต้องรีบทำวันนี้
Custom GPT / AI Assistant — 5 คะแนน
ถ้ามี Custom GPT หรือ AI Assistant ของตัวเองที่ผูกกับแบรนด์ แล้วมีลิงก์เชื่อมโยงจากหน้าเว็บไซต์ จะเป็นสัญญาณเสริมให้ AI เห็นว่าแบรนด์เราไปไกลถึงขั้นมี AI เป็นของตัวเองแล้ว
ข้อนี้ให้คะแนนน้อยเพราะเป็นจุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ต้องรีบทำ เหมาะกับธุรกิจที่มีข้อมูลเยอะพอจะทำ Assistant ให้ลูกค้าใช้งานจริงๆ
Company Credential Data — 5 คะแนน
ข้อมูลยืนยันตัวตนขององค์กร เช่น เลขทะเบียนนิติบุคคล ใบรับรองมาตรฐาน (ISO ต่างๆ) หรือรางวัลที่เคยได้รับ ถ้าใส่ไว้ในหน้าเว็บ (โดยเฉพาะแบบที่ฝังเป็น schema ด้วยยิ่งดี) จะช่วยให้ AI ประเมินความน่าเชื่อถือของธุรกิจได้ง่ายขึ้น
จุดนี้เพิ่มได้ไม่ยาก แค่มีหน้า “เกี่ยวกับเรา” ที่ระบุข้อมูลพวกนี้ชัดเจน ก็ช่วยได้แล้ว
เริ่มจากตรงไหนดี?
ก่อนอื่นเข้าไปเช็คกันให้ชัวร์ก่อนที่ AI Search Checker ถ้าตรวจแล้วคะแนนออกมาต่ำ อย่าเพิ่งตกใจ ส่วนใหญ่เว็บไซต์ทั่วไปก็เริ่มจาก 0-40 กันทั้งนั้น เพราะเรื่องพวกนี้ยังใหม่มากสำหรับวงการเว็บ
ลำดับที่แนะนำคือเริ่มจาก Schema Data ก่อน เพราะให้คะแนนเยอะสุดและมีผลตรงกับที่ AI ใช้ตัดสินใจมากที่สุด ตามด้วยเช็ค robots.txt ว่าบล็อก AI bot อยู่หรือเปล่า สองจุดนี้ทำเสร็จ คะแนนจะขยับขึ้นมาเห็นชัดเลย ส่วนที่เหลืออย่าง llms.txt, Wikidata, GitHub ค่อยๆ ทยอยทำเพิ่มได้ตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ
ไม่มีเว็บไซต์ไหนพร้อม 100% ตั้งแต่วันแรกหรอก แต่ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีโอกาสให้ AI แนะนำเว็บไซต์เราได้เร็วขึ้นเท่านั้น

